สหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมโคกก่อ ส่งเสริมการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังทำนารายได้ดีไร่ละ8พันบาท

สหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมโคกก่อ ส่งเสริมการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังทำนารายได้ดีไร่ละ8พันบาท

สหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมโคกก่อ ส่งเสริมการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังทำนารายได้ดีไร่ละ8พันบาท

สหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมโคกก่อ ส่งเสริมการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังทำนารายได้ดีไร่ละ8พันบาท

ที่แปลงข้าวโพด บ้านนานกเขียน อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานในพิธีเปิดแปลงเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ในพื้นที่นาหลังการเก็บเกี่ยวข้าว ดำเนินการโดยทางสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมโคกก่อ จำกัด โดยมี สหกรณ์จังหวัดมหาสารคาม หัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภาคเอกชน และพี่น้องประชาชน เข้าร่วม
ในการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อทดแทน การปลูกข้าวนาปรัง สามารถบริหารจัดการด้านการตลาดได้ ตามแนวคิด “การตลาดนำการผลิต” โดยสร้างความสมดุลทางการตลาด เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร เชื่อมโยงการผลิตการตลาดทั้งภาครัฐและเอกชน สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

สหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมโคกก่อ ส่งเสริมการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังทำนารายได้ดีไร่ละ8พันบาท
ทางสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมโคกก่อ มหาสารคาม ได้ประสานกับทางสำนักงานสหกรณ์จังหวัดมหาสารคาม ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมการปลูกพืชหลังนา ผ่านระบบสหกรณ์ เพื่อช่วยเหลือสมาชิกให้มีรายได้ที่แน่นอน โดยการลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิต ปรับเปลี่ยนการปลูกพืชหลังนาทดแทนการปลูกข้าวนาปรัง ซึ่งสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมโคกก่อ จำกัด ได้มีนโยบายสู่แนวทางปฏิบัติให้เกิดการขับเคลื่อนในการดำเนินการส่งเสริมสมาชิกที่มีพื้นที่อยู่ในเขตพื้นที่ชลประทานหรือมีแหล่งน้ำเพียงพอตลอดฤดูการผลิต ในพื้นที่มาปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ใช้ระยะเวลาประมาณ 90 วัน ในปีนี้รวบรวมได้จำนวน 60 ไร่ จะทำให้มีผลผลิตข้าวโพดอาหารสัตว์ จำนวน 400 ตัน เพื่อมาเป็นอาหารให้กับวัวนมของสมาชิกในสหกรณ์โคนมโคกก่อ และในการปลูกพืชหลังนาคือข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรที่ปลูกเพราะทางสหกรณ์จะเป็นผู้มาเกี่ยวและเก็บผลผลิตให้ทั้งหมดในราคา กก.ละ 1.5 บาทและยังให้ค่าเกี่ยวอีกไร่ละ 500 บาท ทำให้เกษตรกรที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จะมีรายได้ไร่ละประมาณ 8000 บาทซึ่งหักต้นทุนแล้วมีรายได้มากกว่าการปลูกข้าวนาปรังแน่นอน ส่วนสมาชิกสหกรณ์โคนมโคกก่อ ยังสามารถลดต้นทุนการผลิต มีรายได้และมีความมั่นคงในอาชีพมากยิ่งขึ้น เพื่อนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของสมาชิกสหกรณ์ และความเข้มแข็งของสหกรณ์

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *